ความแตกต่างการคิดต้นทุนระหว่าง FIFO และ Average

15 มิถุนายน 2020
ความแตกต่างการคิดต้นทุนระหว่าง FIFO และ Average

เนื้อหาสรุป

  • การคิดต้นทุนสินค้ากับการบันทึกบัญชีสินค้า
  • วิธีบันทึกบัญชีสินค้าแบบต่อเนื่อง (Perpetual Inventory Method)
  • วิธีบันทึกบัญชีสินค้าแบบสิ้นงวด (Periodic Inventory Method)
  • การเลือกใช้การคิดคำนวนต้นทุนสินค้าคงเหลือ

 

"ต้นทุนสินค้าแต่ละล็อตที่ไม่เท่ากัน..."

เคยหรือไม่ ที่คุณซื้อสินค้าแต่ละล็อตเข้ามาเติมในสต็อก แล้วมีต้นทุนที่ผันแปรตลอดยากต่อการคำนวน บางครั้งคุณอาจจะต้องจดบันทึกข้อมูลสินค้าแต่ละล็อต ซึ่งอาจจะทำให้ตกหล่นได้ การคิดต้นทุนจึงเป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 สำหรับการคิดต้นทุน จะช่วยให้คุณเห็นต้นทุนที่แท้จริงของสินค้าทั้งหมด โดยวันนี้ POSPOS เราจะมาทำความรู้จักกับการคิดต้นทุนแต่ละแบบไปพร้อมกันค่ะ 

 

"วิธีบันทึกบัญชีสินค้า 2 แบบ"

ก่อนที่จะไปเรื่องการคำนวณต้นทุนสินค้า มาเริ่มทำความรู้จักกับวิธีบันทึกบัญชีสินค้าแบบต่างๆ ที่จะใช้ในการคำนวนต้นทุนค่ะ โดยมี 2 วิธี คือ 

วิธีบันทึกบัญชีสินค้าแบบสิ้นงวด (Periodic Inventory Method)

  • วิธีบันทึกบัญชีสินค้าแบบสิ้นงวด (Periodic Inventory Method) วิธีนี้จะไม่มีการบันทึกต้นทุนสินค้าในที่รอบการขาย โดยเราจะตรวจนับและตีราคาสินค้าและต้นทุนทั้งหมดในระยะสิ้นงวดที่ต้องการทราบยอดคงเหลือ 

    เหมาะสำหรับธุรกิจขายปลีก ที่มีสินค้าจำนวนมาก หลากหลายประเภทและสินค้าส่วนใหญ่ที่มีราคาไม่สูง รวมไปถึงสินค้าที่มีปริมาณขายต่อวันจำนวนมาก เช่น ขายยา ขายเครื่องเขียน 

  • วิธีบันทึกบัญชีสินค้าแบบต่อเนื่อง (Perpetual Inventory Method) วิธีนี้เราจะรู้การเคลื่อนไหวสินค้าตลอดการขาย โดยจะมีการบันทึกทั้งเข้าและออก ส่งคืน และรับคืน  เหมาะสมกับธุรกิจขายสินค้าในปริมาณขายไม่มาก แต่มีราคาต่อหน่วยสูง อย่างเช่นเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ รวมไปถึงขายส่งเป็นต้น 

 

สำหรับการคำนวนต้นทุนราคาขายสินค้า มี 2 วิธีด้วยกัน คือ วิธีเข้าก่อนออกก่อน (First-in, First-out Method หรือ FIFO Method) และ วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก  (Weighted-average Method)

วิธีเข้าก่อน ออกก่อน (First-in, First-out Method หรือ FIFO Method)

  • วิธีเข้าก่อน ออกก่อน (First-in, First-out Method หรือ FIFO Method) คือการคิดต้นทุนสินค้าที่ถูกนำเข้ามาก่อนและขายออกไปตามลำดับ ดังนั้นมูลค่าของสินค้าจะเป็นไปตามราคาที่ซื้อมาในรอบนั้นๆ ซึ่งมักจะใช้กับสินค้าที่มีอายุและตามสมัยนิยม ซึ่งถ้าเก็บไว้นานจะล้าสมัย เสื่อมสภาพ และเน่าเสีย สามารถใช้ได้กับวิธีบันทึกบัญชีทั้ง 2 แบบไม่ว่าจะ วิธีบันทึกบัญชีสินค้าแบบสิ้นงวด และสินค้าแบบต่อเนื่อง 

วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก  (Weighted-average Method)

  • วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก  (Weighted-average Method) คือ การตีมูลค่าสินค้าคงเหลือแบบถัวเฉลี่ย โดยการคำนวณต้นทุนสินค้าทั้งหมดหารด้วยสินค้าคงเหลือ เหมาะกับสินค้าร้านขายปลีก ที่เราสามารถนับจำนวนสินค้าได้ สามารถใช้ได้กับวิธีบันทึกบัญชีแบบสิ้นงวด

การคิดต้นทุนที่ถูกต้องทำให้เราเห็นกำไรได้ชัดยิ่งขึ้น และเป็นระบบ

               "วิธีในการคำนวณต้นทุนทั้งสองแบบจะต่างกันที่การบันทึกบัญชีสินค้าภายในร้าน โดยแบบ FIFO จะเน้นคำนวนต้นทุนจากสินค้าที่เข้ามาก่อนแล้วขายออกไปก่อนตามต้นทุนของชิ้นนั้น ในขณะที่แบบถัวเฉลี่ยจะนำสินค้าออเดอร์ต่างๆ มารวมกันแล้วหารด้วยทั้งหมด" 

               สำหรับการเลือกใช้การคิดคำนวนต้นทุนสินค้าคงเหลือ เราควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับการบันทึกบัญชีและลักษณะการดำเนินกิจการของคุณ เพื่อให้การบริหารสินค้านั้นเกิดประสิทธิภาพค่ะ

.
.
.

"บริหารจัดการหน้าร้านได้ง่ายด้วย POSPOS"

ทดลองใช้งานฟรี 15 วัน
▶️ https://www.pospos.co/register

 
สนใจสั่งซื้อสินค้า
โทร. 081-359-9468
Line id: @pospos
E-mail: support@codemobiles.com